วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552
เเง่คิดดีๆ รักได้..เเต่เจ็บให้เป็น
รักได้...แต่เจ็บให้เป็นมีคุณโยมท่านหนึ่งมากราบอาตมาที่วัด และได้ร่วมสนทนาธรรมกันถึงปัญหาความรักว่า เราจะรักอย่างไรเพื่อให้รู้จักรักให้เป็น และจะรักอย่างไรเพื่อให้ทั้งใจเรา และใจเขามีความสุขไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าความรักนั้นจะสมหวังหรือไม่ก็ตามคุณโยมท่านนั้นเปรียบเทียบให้อาตมาฟังว่า รักได้ ก็เหมือนการขับรถได้ แค่เสียบกุญแจเข้าเกียร์เหยียบคันเร่ง ไม่ต้องสนกฎจราจร อาจเกิดอุบัติเหตุ ตั้งแต่บาดเจ็บไปจนถึงเสียชีวิตแต่ รักเป็น ก็เหมือนเรารู้ว่ากฎจราจรมีบังคับอย่างไรบ้าง จะแซงขวาต้องเปิดไฟเลี้ยวขอทางจะลงสะพานต้องชะลอความเร็ว เพื่อให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพเช่นเดียวกับความรัก ถ้าเรารู้ว่าความรัก คืออะไร รักอย่างไรให้มีความสุข รักอย่างไรไม่ให้เป็นพิษย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองรักให้เป็น คือ เราต้องพิจารณาว่า รักแบบไหน รักทำไม แล้วเราจะรักไปในทิศทางไหน สมัยนี้ที่มีปัญหาเพราะรักได้ แต่ไม่มีสมอง ไม่ใช้ปัญญา ใช้แต่ความหลง หลงว่ารัก หลงว่าดี จนรักทำให้ตาบอด หลับไปกับความฝัน ลมๆ แล้งๆ แต่กว่าจะมีใครเอาไม้มาเขี่ยปลุก ก็ตื่นสาย น้ำลายยือเปียกไปครึ่งหมอนเรามักพูดว่า ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผล ใช้เพียงอารมณ์ ความรู้สึก และสัญชาตญาณเท่านั้น แต่เพราะอารมณ์ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เราเลือกผิด ที่ทำให้ต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า ที่ทำให้คิดฆ่าตัวตาย แต่หากเราใช้ปัญญาประกอบ คือ สามารถพิจารณาได้ว่า อะไรดี อะไรควร เพื่อไม่ให้หลงไปกับรักลวงอย่างเต็มตัวจนกู่ไม่กลับสุดท้ายแล้วไม่ว่ารักจะเป็นอย่างไร หรือ รักเป็น เป็นอย่างไร ทุกความรักจะต้องมี เมตตามีความปรารถนาดีที่จะมอบสิ่งดี ความรู้สึกดี ความหวังดี ให้แก่ผู้ที่เรารัก ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร หรือมีความรักในฐานะใดก็ตาม หากสมหวัง ความเมตตาในความรักนั้น จะทำให้เรารักษาและดำเนินรักที่เป็นสุข แต่หากผิดหวังความเมตตาที่ได้รัก ก็จะทำให้เรายินดีกับรักอย่างเป็นสุขเช่นกัน...
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

Oh! my GoD
ตอบลบsheกล้าเขียน555+
เราอ่านไม่หมดหรอกเม้นไปงั้น
ขอบบทความอกหักอ่ะจ่ะ
ตอบลบมันตงดี
^^